โปรโตคอล SDLC
(Synchronous Data Link Control)

  โปรโตคอล SDLC เป็นโปรโตคอลแบบซิงโครนัสที่ส่งข้อมูลเป็นกลุ่มอักขระที่แทนด้วยรหัสไบนารี
(Binary-coded Character)มีความสามารถในการเชื่อมโยงการส่งข้อมูลทั้งแบบเครื่องต่อเครื่อง หรือจุดต่อ จุด (Point-to-Point) และเครื่องต่อ 2 เครื่องหรือมากกว่าหรือหลายจุด (Point-to-Multipoint) นอกจากนี้ยัง สามารถส่งรับข้อมูลได้ทั้งแบบ Half Duplex และ Full Duplex การควบคุมการส่ง-รับข้อมุลจะควบคุมเรียกว่า อักขระควบคุมดาต้า-ลิงก์ (DatalinkControl Character) โปรโตคอล SDLC เป็นมาตราฐานโปรโตคอลการ สื่อสารของบริษัท IBM เช่นดียวกับโปรโตคอล BSC
รูปแบบของเฟรมของโปรโตคอล SDLC ที่ใช้ในการส่งข้อมูลมี 3 แบบคือเฟรมข้อมูล (Informa-
tion Frame) เฟรมผู้ควบคุม (Supervisory Frame) และเฟรมไม่มีลำดับ (Nonsequence Frame) เฟรม ข้อมูลจะเป็นเฟรมที่บรรจุข่าวสาร ข้อมูล หรือข้อความ ส่วนเฟรมผู้ควบคุมจะบรรจุข้อมูลการควบคุมการส่งข้อ มูล หรือ ข้อความ ส่วนเฟรมผู้ควบคุมจะบรรจุข้อมูลการควบคุมการส่งข้อมูล และเฟรมไม่มีลำดับจะมีไว้สำหรับ เริ่มต้นการสื่อสาร หรือยกเลิกการสื่อสารข้อมูล ลักษณะของเฟรม SDLC เป็นดังรูป
 
                                   ส่วนหัว                                                                              ส่วนท้าย
F
A
C
I
FCS
F
Flag
Address
Control
Infomation
Frame
Check
Sequence
Flag
เฟรมข้อมูลของโปรโตคอล SDLC
  F =Flag จะประกอบด้วยอักขระควบคุมการบอกจุดเริ่มต้นส่วนหัว (SOH) จุดเริ่มต้นข้อมูล
(STX)และจุดจบของข้อมูล (ETX) โดยรูปแบบของอักขระจะเป็นอักขระ SYN หรือ 0111 1110 (8 บิต)
  A = Address เป็นรหัส 8 บิตบอกตำแหน่งของผู้รับข้อมูล
  C = Control อาจจะเป็นรหัส 8 บิต หรือ 16 บิต ทำหน้าที่เป็นตัวบ่งบอกว่าในเฟรมมีการบรรจุข้อ
มูล หรือบรรจุคำสั่ง หรือสัญญาณโต้ตอบอย่างไรบ้าง
  I = Information บรรจุข่าวสาร ข้อมูล คำสั่ง หรือโต้ตอบขึ้นอยู่กับว่าเฟรมที่ส่งนั้นเป็นเฟรม
ข้อมูล เฟรมควบคุม หรือเฟรมไม่มีลำดับ ขนาดของ I จึงขึ้นอยู่กับชนิดของเฟรมข้อมูลโดยส่งเป็นบิต ๆ ไม่ส่ง เป็นไบต์
  FCS = Frame Check Sequence เป็นส่วนที่ใช้ในการตรวจสอบความผิดพลาดในการส่ง
-รับข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะตรวจสอบเฉพาะพาริตี้บิต หรือทั้งบล็อกข้อมูลส่วนใหญ่ FCS จะมีขนาดเป็น 16บิต
โปรโตคอล SDLC แบบจุดต่อจุด
  การทำงานของโปรโตคอล SDLC แบบจุดต่อจุดจะมีลำดับการทำงานแบ่งออกได้เป็น 5 ขั้นตอน
คือ
  1. CPU-1 ขอเป็นผู้ส่งข้อมูล หรือมาสเตอร์ เฟรม SDLC จะมีอักขระ 5 อักขระคือ
 
P
S
S
E
P
A
Y
Y
N
A
D
N
N
Q
D
  2. CPU-2 ตอบรับเป็นผู้รับข้อมูล หรือสเลบ เฟรม SDLC จะมีอักขระ 6 อักขระคือ
 
P
S
S
D
A
P
A
Y
Y
L
C
A
D
N
N
E
K
D
0
  3. CPU-1 เริ่มส่งข้อมูล เฟรม SDLC จะมีอักขระส่วนหัวและส่วนท้ายอย่างละ 4 อักขระรวมกับ
จำนวนอักขระของข้อมูล
 
P
S
S
S
E
C
C
P
A
Y
Y
T
Text
T
R
R
A
D
N
N
X
X
C
C
D
1
2
  4. CPU-2 ตอบรับข้อมูลเฟรม SDLC มีอักขระ 6 อักขระคือ
 
P
S
S
D
A
P
A
Y
Y
L
C
A
D
N
N
E
K
D
0,1
  5. ยกเลิกการติดต่อข้อมูล เฟรม SDLC จะมีอักขระ 5 อักขระเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 1 คือ
 
P
S
S
E
P
A
Y
Y
O
A
D
N
N
T
D
  PAD = Polling ADdress จะเป็นอักขระแรกและสุดท้ายของแต่ละเฟรมทุกเฟรม
  SYN = SYNchronous เป็นเฟรมซ้ำ 2 อักขระ เพื่อให้ผู้รับหรือผู้ส่งตรวจสอบสัญญาณว่าถ้ามี
อักขระ SYN มา 2 ตัวติดต่อนั้นคือจะเริ่มเฟรมข้อมูล SDLC ที่ส่งมาจากอีกด้านหนึ่ง
  DLE = Data-Link Escape เป็นอักขระควบคุมสายสื่อสาร เช่น DLE,ACK,DLE WACK
หรือควบคุมโหมดการส่งข้อมูล เช่น DLE STX ,DLE ETX หรือควบคุมการติดต่อ เช่น DLE ENQ , DLE EOT
  CRC = Cyclic Redundan Check เป็นอักขระสำหรับบอกวิธีการตรวจสอบความผิดพลาดของ
ข้อมูลให้แก่ผู้รับ
  การส่งข้อมูลแบบ จุด ต่อ จุด จะมีประสิทธิภาพของการส่งข้อมูลได้ดีก็ต่อเมื่อมีข้อมูลไม่มากเพราะ
จะต้องเสียเวลาส่วนหนึ่งกับ Overhead ของทุกบล็อก
โปรโตคอล SDLC แบบหลายจุด
  ในขณะที่โปรโตคอล SDLC แบบจุดต่อจุดมีลักาณะการทำงานแบบ Half Duplex โปรโตคอล
SDLC แบบหลายจุด สามารถทำงานแบบ Full Duplex และสามารถติดต่อกับคอมพิวเตอร หรือเทอร์มินัลอื่น ได้มากกว่า 1 เครื่องโดยผ่านสายสื่อสารเพียงสายเดียว
  ระหว่างที่มีการส่ง-รับข้อมูลกันจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้ส่งหรือมาสเตอร์
ส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นผู้รับหรือสเลบ ในการส่งแต่ละเฟรมข้อมูล ทุก ๆ โหนดในเครือข่ายจะสามารถเห็นข้อมูล ที่ส่งมาในสายสื่อสาร แต่จะมีเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่สามารถรับข้อมูลได้ โดยผุ้ส่งจะหยั่ง (Polling) เพื่อเลือก (Select) และกำหนดตำแหน่ง (Address) ของผู้รับข้อมูลของตน ตัวอย่างการทำงานของโปรโตคอล SDLC แบบหลายจุดเป็นดังรูป
  POL = Polling หยั่งเสียงเลือกปลายทาง
  BCC = Block Check Character อักขระตรวจสอบบล็อกข้อมูล เพื่อให้ปลายทางตรวจสอบ
ความผิดพลาด
  เทคนิคการตรวจสอบความผิดพลาดสำหรับการสื่อสารข้อมูลด้วยโปรโตคอล SDLC มีหลายวิธี ขึ้น
อยู่กับรหัสและฟังก์ชันที่ใช้ เช่น การตรวจสอบการซ้ำซ้อนแนวดิ่ง หรือ Vertical Redundancy Checking (VRC) เป็นการตรวจสอบพาริตี้คี่ในแต่ละอักขระที่ได้รับมาจากต้นทาง ส่วนการตรวจสอบการซ้ำซ้อนตามยาว หรือ Longitudenal-Redundancy Checking(LRC) และการตรวจสอบความซ้ำซ้อนวนรอบ หรือ Cyclic- Redundancy Checking (CRC) เป็นการตรวจสอบทั้งบล็อกข้อมูลที่ได้รับจากต้นทาง
  โปรโตคอล SDLC ให้ประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ดีกว่าโปรโตคอล BSC แต่โปรโตคอลที่มี
รูปแบบคล้ายคลึงกับ SDLC แต่จะมีประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูลได้ดีกว่าคือโปรโตคอล HDLC
 
 
 
HDLC