โปรโตคอล

(Protocol)

  โปรโตคอลคือเซ็ตของขั้นตอน หรือวิธีการในการสื่อสารข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นภาษาสัญญาณควันไฟ
รหัสมอสหรือวิธีการอื่น ๆ ที่สามารถแทนความหมายของการสื่อสารได้ ต่างก็เรียกได้ว่าเป็นโปรโตคอลทั้งสิ้น ในระบบการสื่อสารข้อมุลคอมพิวเตอร์โปรโตคอลจะถูกกำหนดขึ้นจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ หลักการพัฒนา โปรโตคอลเพื่อให้การสื่อสารข้อมูลมีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ การเพิ่มปริมาณและความเร็วของการสื่อสาร การ ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของการส่งข้อมูลในระบบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เหมือนกับที่ส่งออกมาจากต้นทาง จริง ๆ
  ปกติโปรโตคอลแต่ละชนิดจะถูกกำหนดให้ใช้เฉพาะกับระบบหนึ่ง ๆ ในเครือข่าย เมื่อมีการเปลี่ยน
แปลงระบบใดระบบหนึ่งในเครือข่ายจึงมักจะเกิดความผิดพลาดตามขึ้นมาด้วย ดังนั้นในเครือข่ายทั่วไปจะมี ศูนยคอมพิวเตอร์ หรือคอนเวอร์เตอร์ซึ่งสามารถให้บริการสำหรับโปรโตคอลต่างชนิดกันในเครือข่ายให้ สามา รถติดต่อกันได้ ต่อไปจะกล่าวถึงโปรโตคอลชนิดต่าง ๆ ที่เป็นโปรโตคอลรูปแบบพื้นฐานของโปรโตคอลทั่วๆไป และโปรโตคอลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
โปรโตคอลเทเลไทป์ หรืออะซิงโครนัส
(Teletype หรือ TTY หรือ Asynchronus)
  ลักษณะที่สำคัญของโปรโตคอลชนิดนี้คือจะส่งข้อมุลที่ละ 1 อักขระ TTY เป็นโปรโตคอลแบบเก่า
ที่ยังคงมีการใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะใช้กับระบบมินิคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารแบบหมุน หมายเลข(Dial-up) และกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(PC) ตัวอย่างในการนำโปรโตคอล TTY มาใช้กับการสื่อ สารข้อมูล ได้แก่ การรับข้อมุลจากตลาดหลักทรัพย์มาแสดง หรือเก็บไว้ในหน่วยความจำของเครื่อง PC ที่สำนัก งาน หรือที่บ้านโดยผ่านทางโมเด็ม เป็นต้น
  การทำงานของโปรโตคอลอะซิงโครนัสนั้นจะใช้สัญญาณ หรือรหัสควบคุมการส่งข้อมูล ซึ่งได้แก่
สัญญาณ XON และ XOFF ซึ่งมีลักษณะการทำงานดังแสดงในรูป

โปรโตคอล TTY หรือ อะซิงโครนัส
  เมื่อสัญญาณข้อมูลถูกส่งออกมาจากคอมพิวเตอร เพื่อจะไปพิมพ์ยังเครื่องพิมพ์ ข้อมูลจะถูกส่งออก
มาที่ละ 1 อักขระ ดังรูปด้านบน เมื่อเครื่องส่งข้อมูลไปถึงอักขระที่ 3 เคร่องพิมพ์มีการส่งสัญญาณ XOFF ตอบ กลับมายังเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อหยุดการส่งสัญญาณข้อมูล หรือตรวจพบความผิดพลาดในการส่งข้อมุล ผู้ส่ง หรือเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องรอจนกว่าเครื่องพิมพ์จะพร้อมรับข้อมูลโดยรอสัญญาณ XON จากเครื่องพิมพ์ จากนั้นผู้ส่งจึงจะเริ่มส่งข้อมูลต่อไป
  โปรโตคอลอะซิงโครนัสจะใช้กับการสื่อสารข้อมูลแบบอะซิงโครนัส แต่ไม่จำเป็นว่าเป็นการสื่อสาร
แบบอะซิงโครนัสจะต้องใช้โปรโตคอลอะซิงโครนัสเป็นโปรโตคอลในการสื่อสาร การสื่อสารข้อมูลโดยใช้โปรโต- คอลอะซิงโครนัสนี้สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดของข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลได้
โปรโตคอล RJE (Remote Job Entry)
  เมื่อกลุ่มของผู้ใช้ซึ่งอยู่ต่างสถานีกันต้องการจะส่ง-รับข้อมูลแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้อง
การจะใช้ระบบ On-Line ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง วิธีการหนึ่งที่นิยมเลือกใช้กันคือการส่งข้อมูลผ่านระบบ เทอร์ มินัลแบบ RJE เทอร์มินัลแบบ RJE จะทำหน้าที่เก็บกักข้อมูลที่ส่งมาจากต้นทางแล้วทำการส่งต่อไปยังปลาย ทาง ในทางกลับกัน ถ้าผู้รับทางปลายทางต้องการจะส่งข้อมูลกลับมายังต้นทางบ้างก็สามารถส่งข้อมูลโดยผ่าน มาทางเทอร์มินัลแบบ RJE กลับมาได้
  ลักษณะการใช้งานของโปรโตคอล RJE คือจะใช้กับการส่งข้อมูลให้กับกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งเรียงลำดับต่อ
ตามกันแบบเดียวกับการใช้โปรโตคอลซิงโครนัส ซึ่งข้อมูลจะส่งเรียงตามกันแบบเครื่องต่อเครื่อง ซึ่งจะกล่าวต่อ ไป ในปัจจุบันโปรโตคอล RJE จะใช้กับการส่ง-รับข้อมูลที่เป็นบล็อกขนาดใหญ่ระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ กับ เครื่องเมนเฟรม หรือกับโฮสต์คอมพิวเตอร์
  สำหรับการสื่อสารระหว่างเครื่อง PC กับเครื่อง PC ด้วยกันแล้ว จะมี PC เครื่องหนึ่งทำหน้าที่เลียน
แบบ (Emulate) เป็นเทอร์มินัลแบบ RJE สำหรับส่งผ่านข้อมูลไปยัง PC อีกเครื่องหนึ่ง โปรแกรมสำหรับการ เลียนแบบเทอร์มินัลแบบ RJE มักมีอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป สำหรับเทอร์มินัลที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่ เทอร์ มินัลของเครื่อง IBM2780 หรือ IBM3780 สำหรับการส่ง-รับข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ 2 เครื่อง ที่ต่างบริษัทผู้ผลิต หรือมีระบบบางอย่างต่างกัน ก็มักจะนิยมส่ง-รับข้อมูลกันโดยอาศัยโปรโตคอลแบบ RJE นี้ ด้วยเช่นกัน
  โปรโตคอลซิงโครนัส(Synchronous)
  วิธีการส่งข้อมูลของโปรโตคอลซิงโครนัสคือข้อมูลจะถูกจัดรวมเข้าเป็นแมสเสด หรือ ข่าวสาร
(Message) โดยแต่ละแมสเสดจะประกอบด้วยแฟรก (Flag) ที่ส่วนหัว (Header) และส่วนท้าย (Tailer) ของแมสเสดดังรูป
 
Flag
Text
Flag
                                         ส่วนหัว                  ข่าวสาร               ส่วนท้าย
  Flag ที่ส่วนหัวจะประกอบด้วยบิตอักขระแสดงจุดเริ่มต้นของข่าวสาร หรือ SOH
(Start of Header) จากนั้นจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับข่าวสารที่จะส่ง เพื่อให้ทางผุ้รับสามารถจัดลำดับรวบ รวมข้อมูลเมื่อถึงปลายทางได้ถูกต้อง หรืออาจจะบอกตำแหน่งของปลายทาง รวมทั้งบอกเส้นทางการสื่อสาร แล้วจึงจบบิตส่วนหัวด้วยอักขระแสดงจุดเริ่มต้นของข้อความหรือ STX (Start of Text) จากนั้นจึงเป็นข้อความ หรือข้อมูลที่ต้องการจะส่งให้ผู้รับ
  เมื่อจบจากข้อความข่าวสารทั้งหมดแล้ว จะต่อด้วยแฟรกส่วนท้ายของข่าวสารซึ่งประกอบด้วยบิต
อักขระแสดงจุดสิ้นสุดข้อความ หรือ ETX (End of Text) แล้วจึงตามด้วยบิตสำหรับการตรวจสอบข้อผิดพลาด ของข้อมูล หรือ FCS (Frame Check Sequence) ในการตรวจสอบพาริตี้บิตที่ปลายทางผู้รับ จากนั้นจึงจบ แมสเสดลงด้วยอักขระแสดงจุดสิ้นสุดการส่งข่าวสาร หรือ EOT (End of Transmission)
  โปรโตคอลซิงโครนัสที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ SDLC และ X.25 ซึ่งจะมีลักษณะการทำงาน
คล้ายคลึงกันคือแยกข้อมูลทั้งหมดออกเป็นแมสเสด ๆ มีการควบคุมการส่งข้อมูล เพื่อป้งอกันกรณีปลายทางรับ ข่าวสารไม่ทัน สามารถกำหนดเส้นทางการส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายได้ บอกตำแหน่งของผู้ส่ง และผู้รับรวม ทั้งกำหนดหน้าที่ของเลเยอร์ที่1 และเลเยอร์ที่ 2 ในรูปแบบ OSI โปรโตคอลทั้ง 2 ชนิดนี้จะไม่ใช้ในเลเยอร์ ระดับสูง
  ข้อแตกต่างของโปรโตคอล SDLC และ X.25 คือโปรโตคอล X.25 เป็นโปรโตคอลของระบบ
เครือข่ายแบบแพ็กเกจสวิตชิ่ง ส่วนโปรโตคอล SDLC เป็นโปรโตคอลมาตราฐานในระบบ On-line ซึ่งไม่ใช้ แพ็กเกจสวิตชิ่งในการเชื่อมโยงเส้นทางการสื่อสาร
 
 
 
SDLC