เครือข่าย ATM
.

ใใใใใใใใATM (  Asynchronous Transfer Mode )   เป็นมาตรฐานในการส่งข้อมูลความเร็วสูงที่ถูกเรียกว่าเป็นทาง
ด่วนข้อมูล   ( Information Superhighway )   และมีการกล่าวถึงกันมากที่สุดในปัจจุบัน คื่อที่ใช้ในเครือข่ายมีได้ ตั้งแต่
สายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optic ),สายโคแอกเชียล หรือสายไขว้ตีเกลียว ( Twisted pair )   มีความเร็ว ในการส่งข้อมูล
ได้ตั้งแต่ 2 Mbps ไปจนถึงกว่า 622 Mbps ATM ถูกพัฒนา มาจากเครือข่าย Packet Switching ซึ่งจะแบ่งข้อมูลที่จะ
ส่งออกเป็นหน่วยย่อยเรียกว่า packet ที่มีขนาดเล็กแล้วจึงส่งแต่ละ packet ออกไป แล้วนำมาประกอบรวมกันเป็นข้อมูลเดิม
อีกครั้งที่ปลายทาง

ใใใใใใใใเนื่องจาก  ATM เป็นเทคโนโลยีทางการเชื่อมโยงเครือข่ายที่พัฒนาพื้นฐานมาจากทฤษฎี และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ที่มีการใช้งานอยู่ก่อนหน้า ดังนั้น การจะศึกษาและทำความเข้าใจกับ ลักษณะของ เครือข่ายแบบ   ATM    จึงจำเป็นต้องมีพื้น
ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการสื่อสารเบื้องต้น บางส่วนด้วย      โดยเฉพาะ รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบ  
 Packet   Switching   และความหมายของเครือข่าย แบบ   Connection - Oriented   และ Connectionless

ใใใใใใใใในเครือข่ายการสื่อสารระยะไกลมีความต้องการส่งข้อมูลผ่านไปในเครือข่ายด้วยความเร็วสูง    และผ่านช่องทางที่เป็น
ส่วนรวมเพื่อประหยัดสายสัญญาณ จึงมีการใช้งานเทคนิคของการ    Switching Switching เป็นเทคนิคหนึ่งที่มีความจำเป็น
ในสถาปัตยกรรมของ Broadband Networkเนื่องจากว่า เราไม่มีทางเลือกทางอื่นที่ดีกว่า อธิบายโดยย่อ ้าหากขาดซึ่งเทคนิค
ของSwitching แล้ว ทุกจุดทุกตำแหน่ง  ที่มีการสื่อสารข้อมูลกันในโลก ก็จะต้องเชื่อมต่อถึงกันโดยตรงซึ่งเราไม่สามารถทำเช่น
นั้นได้จริง Switching     ทำการสร้างการติดต่อชั่วคราว ระหว่างต้นทางที่จะส่งข้อมูลกับปลายทางที่จะส่งข้อมูลรักษาเส้นทาง
นั้นไว้และตัดการติดต่อ เมื่อเลิกใช้ ในการสื่อสารข้อมูลจะมีอยู่ 2 เทคนิคขั้นต้นที่ใชัใน สถาปัตยกรรมแบบ Switching    ดังราย ละเอียดด้านล่างนี้
     
Packet switching
ใใใใใใใใใน  Packet   Switching      Network  ข้อมูลที่จะถูกส่งจะถูกแบ่งเป็น      Segment      เล็กๆเรียกว่า packet
ซึ่ง packetของข้อมูลนี้จะถูกส่งจากต้นทางไปสู่ปลายทาง โดยผ่านทาง         packet switching network    ซึ่งเราอาจจะ
รู้จักในชื่อของ public data network ( PDN ) ซึ่งแสดงในรูป   รูป Circuit    Switching vs.     Packet Switching
ในรูปของก้อนเมฆ(cloud) สิ่งที่อยู่ภายใต้ก้อนเมฆก็คือ packet switching        จำนวนมากที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลระหว่างกัน
ซึ่งดูเหมือนกับว่า   packet     เดินทางจาก
   ต้นทางสู่ปลายทาง  โดยที่ข้อมูลที่ถูกส่งเข้าไปใน    PDN นั้นเส้นทางของข้อมูล
ที่ใช้ส่งอาจจะเหมือนกันหรือ แตกต่างกันก็ได้ โดยที่ก่อนการส่ง packet ของข้อมูล     ข้อมูลจะถูกทำการใส่ข้อมูลส่วนการควบ
คุมและข้อมูล ของที่อยู่เพิ่มเข้าไป เราเรียกว่าการทำ assembled(control and    address information   added to
data) และก็ต้องมีการถอดเอาส่วนนี้ออกก่อนที่จะส่งให้ปลายทางหรือที่เราเรียกว่า            disassembled     ข้อมูลจะถูกทำ    
 assembled และ disassembled ด้วยอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า PAD    ( packet
assembler /disassembler     )
PADนี้อาจจะเป็นอุปกรณ์เดี่ยวๆ หรืออาจจะรวมอยู่ใน Modems หรือ Multiplexers ก็ได้
Circuit switching
ใใใใใใใใCircuit      Switching       เป็นเทคนิคที่ใช้ในการส่งข้อมูลของระบบโทรศัพท์ ซึ่งเมื่อมีการเรียกการติดต่อระหว่าง
ต้นทาง กับปลายทางอุปกรณ์ switching    ในระบบโทรศัพท์จะหาช่องสัญญาณทางกายภาพ ( Physical channel ) หรือ
เส้นทางผ่านจริงของสัญญาณ(physical path) เพื่อเชื่อมส่งข้อมูลระหว่างต้นทางกับปลายทาง   ดังนั้นจะเห็นได้ว่าก่อนการ
จะส่งข้อมูลได้จะต้องมีการสร้างการติดต่อระหว่างต้นทางกับปลายทางเสียก่อนซึ่งจะทำ ให้เสียเวลา   แต่เมื่อติดต่อได้แล้วก็จะ
มีการส่งข้อมูลไปตามทางที่ได้กำหนดไว ้ได้โดย ไม่ติด ขัดซึ่งเหมาะกับการส่งข้อมูล เป็นจำนวนมาก
ใใใใใใใใเครือข่าย Packet Switching เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Circuit Switching และเหมาะสม
กับการสื่อสารของคอมพิวเตอร์มากกว่า ในเครือข่าย Packet Switching ยังแยกออกได้เป็นชนิด Connection-Oriented
และ Connectionless

Connection-Oriented
ใใใใใใใใเป็นการบริการส่งข้อมูลคล้ายระบบ โทรศัพท์ ซึ่งก่อนการใช้บริการส่งข้อมูล    ผู้ใช้ต้นทางและปลายทางต้องสร้างการ
ติดต่อกันให้ได้ก่อน (establish connection) แล้วทำการส่งข้อมูล   ( data transfer ) หลังจากหมดข้อมูลแล้วก็ทำการยก
เลิกการติดต่อ ( disconnection  )  ซึ่งไม่ว่าการทำงานในระบบ จะสลับซับซ้อนเพียงไรก็ตามแต่ผู้ใช ้บริการจะเห็นว่าหลังทำ
การติดต่อแล้วจะเห็นว่ามีช่องสัญญาณเชื่อมระหว่าง ปลาย ทางทั้งสอง      ซึ่งข้อมูลที่ผ่านช่องสัญญาณนั้นจะเรียงลำดับกันไปถึง
ผู้รับในลำดับเดียวกันกับที่ส่งมาจากผู้ส่ง ในกรณีของPacket Switching ก็คือการสร้างการติดต่อ ( call setup )   ระหว่าง
จุดต่อจุดก่อน แล้วจึงส่ง packet stream ผ่านไปตามเส้นทางที่สร้างไว้นั้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงอีก
Connectionless

ใใใใใใใใเป็นการบริการคล้ายกับบริการของระบบไปรษณีย์ ซึ่งให้บริการโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทำ               การติดต่อกันก่อน เมื่อใด
ที่ต้องการส่งข้อความก็จะเขียนแอดเดรสของผู้รับบนซองจดหมาย     และส่งจดหมายไป ซึ่งจดหมายแต่ละฉบับ อาจจะถูกส่งใน
เส้นทางที่แตกต่างกัน และผู้รับปลายทางก็อาจจะได้รับจดหมายที่มีลำดับแตกต่างกันไปจากลำดับของ การส่ง         จึงเป็นหน้าที่
ของผู้รับในการที่จะเรียบเรียงลำดับของข้อมูลเอง ในกรณีของ Packet Switching          คือการใส่ข้อมูลที่อยู่ปลายทางของ
ให้แก่ทุก packet แล้วส่งออกไปในเครือข่าย โดยไม่กำหนดว่า packet จะต้องวิ่งตาม เส้นทางใด อุปกรณ์ภายในเครือข่ายจะ
อ่านที่อยู่จากแต่ละ packet แล้วจัดส่งไปตามเส้นทางที่ตนเองสะดวก ทางฝั่ง รับปลายทางของ Packet Switching ชนิดนี้
จะต้องมีส่วนของการควบคุมความผิดพลาดและจัดเรียงข้อมูลให้ได้ ลำดับเนื่องจากแต่ละ packet หลังจากส่งออกจากต้นทาง
แล้ว อาจจะมาถึงปลายทางไม่พร้อมกัน และไม่เรียงลำดับกัน

 

 

 

www.sanook.com
www.yahoo.com
www.thaifind.com
www.thaigraph.com
www.chaiyo.com
www.pantip.com
www.mthai.com